ไร้สาระ journal N.2
น่าสนใจจริงๆ
ว่าไหมค่ะน้อง .... ?
วันหลังก็คิดก่อนจะโพสนามสกุลใครลงอินเตอร์เนตนะค่ะ
หมิ่นประมาททางinternetนั้น มีความผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และ พรบ.คอมพิวเตอร์
กล่าวคือ
>นำเรื่องจริงของผู้อื่นไปพูดต่อบุคคลที่สาม โดยประการที ่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามกม.อาญา มาตรา326
>นำเรื่องไม่จริงของผู้อื่นไปพูดต่อบุคคลที่สามโดยประการท ี่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นความผิดฐานละเมิด ตามกม.แพ่ง มาตรา423
>นำเรื่องไม่จริงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เข้าสู่คอมพิเวตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื ่น เป็นความผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา14
สำหรับการโพสทางหน้าเว็บบอร์ดนั้น อาจะเป็นกากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาได้ (โทษหนักกว่าหมิ่นประมาทในบทหลัก)
เพราะว่า เว็บบอร์ดเป็นบอร์ดสาธารณะ คล้ายๆหนังสือพิมพ์ ที่ใครก็สามารถเข้ามาอ่านข้อความได้
แม้ว่า จะมีผู้มาอ่านเพียง 1คน ก็อาจเป็นความผิดฐานนี้ได้ เพราะกม.พิจารณาถึงลักษณะของการกระทำว่าเข้าข่ายการโฆษณาหรือไม ่
มิใช่พิจารณาจำนวนบุคคลที่เข้ามาอ่าน
ตัวอย่าง
คดีหมายเลขแดงที่ 3529/2547 ผู้เสียหายถูกบุคคลนิรนามโพสต์ถ้อยคำซึ่งเข้าข่ายหมิ่นประมาทลง ในอินเตอร์เน็ต
ผู้เสียหายได้เริ่มคดีโดยเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อสืบหา IP และค้นหาตัวผู้กระทำผิด จนรู้ตัวว่าเป็นใคร
และในที่สุดศาลก็ได้ตัดสินว่าบุคคลนั้นมีความผิดในคดีหมิ่นปร ะมาททางอาญา มาตรา 328 โดยเรียงตามกระทงที่ทำผิดตามจำนวนครั้งที่เขียนลงข้อความ รวม 5 กระทง
ตัดสินให้จำคุกกระทงละ 3 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 15 เดือน และปรับ 50,000 บาท
ต่อจากนั้น ผู้เสียหายยังได้ดำเนินการฟ้องเรียนค่าเสียหายในคดีแพ่ง ซึ่งจ ะเป็นจำนวนเงินเท่าใดก็ได้โดยไม่มีการจำกัดเพดานสูงสุด ตามควา มเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
หมายเหตุ หากคดีนี้เกิดขึ้นภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติการกระทำควา มผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 บัญญัติไว้ว่า
ผู้กระทำผิดอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ผู้ เสียหายยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้อีกด้วย
ล่าวถึง มาตรา 326 ว่าด้วย การหมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ เช่น พูด เขียน พิมพ์ข้อความ หรือแสดงกริยาต่างๆ
โดยการใส่ความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกระทำให้บุคคลที่สามรับทราบ ซึ่งเป็นการกระทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น ได้รับความเสียหาย
1.การใส่ความ
การ “ใส่ความ” ในทางกฎหมาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่ว่าเอาเรื่องไม่จริงไปแต่งความใส่ร้ายคนอื่ นเท่านั้น
แต่รวมถึงการนำเอาเรื่องจริงของผู้อื่นอันทำให้ผู้อื่นได้รับ ความเสียหาย ไปกล่าวต่อบุคคลที่สาม ก็มีความผิด
เพราะฉะนั้น แม้เราจะเอา “เรื่องจริง” ของคนอื่นไปพูด แต่ถ้าพูดแล้วคนอื่นเค้าเกิดความเสียหาย
กฎหมายก็ถือว่า ผิดมีโทษได้ เพราะว่า กฏหมาย มุ่งพิจารณาแต่เพียงว่าถ้ามีการกล่าวถึงบุคคลอื่น ในด้านที่ไม่ดีแล้ว
ย่อมจะทำให้สังคมไม่สงบสุข การกระทำดังกล่าวกฎหมายจึงถือว่ามีความผิด
เพราะฉะนั้น หากเป็นการพูดหาเหตุร้าย หรือ กล่าวหาเรื่องร้ายให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย แม้จะเป็ นเรื่องจริงหรือเท็จ ก็ถือเป็นความผิด ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3252/2543
แล้วถ้าบุคคลที่สามไม่เชื่อข้อความนั้นล่ะ? กฎหมายก็ถือว่าผิดอยู่ดี เพระว่า ความผิดสำเร็จตั้งแต่บุคคลที่สาม
ได้รับทราบหรืออ่านข้อความนั้นแล้ว ไม่จำเป็นว่าบุคคลที่สามนั้นจะต้องเชื่อ แม้ไม่เชื่อข้อความนั้น ก็ผิด
สำหรับวิธีการใส่ความ ตามหลักคือแสดงข้อความให้ปรากฎ ไม่ว่าด้วยการพูด เขียน หรืออ่าน ฯลฯ ให้บุคคลที่สามรับรู้
(ไม่ใช่ให้บุคคลที่สามเชื่อ เพียงแค่บุคคลที่สามรับรู้ ก็ถือว่า ความผิดสำเร็จ)
และ..แม้ว่า เราไม่ใช่ คนพูดหรือเขียน หรือพิมพ์ ข้อความดังกล่าวขึ้นมาเองตั้งแต่แรก
คือรับฟังมาอีกที ได้รับข้อความมาจากคนอื่นอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าหากเราส่งต่อข้อความนั้นไปยังบุคคลที่สามรับทราบ
และเป็นการทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้นได้รับความเสียหาย ผู้ส่งก็มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
เสมือนว่า เป็นผู้พูด เขียน หรือพิมพ์ข้อความนั้นด้วยตนเอง เช่น
จำเลยเล่าข้อความตามที่ได้ยินมาว่าโจทก์กอดจูบได้เสียกับชายอื่ นให้ผู้อื่นฟัง เช่นนี้ถ้อยคำที่
จำเลยกล่าวเป็นข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ (แม้ว่าจำเลยจะได้ยินได้ฟังมาอีกที)
ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 380/2503
เอาจดหมายที่มีข้อความหมิ่นประมาท ก. ให้ ข.อ่านเอาเอง ผู้ส่งให้เป็นผู้หมิ่นประมาท
(แม้ว่าผู้ส่งจะบอกว่าไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์)
ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2822/2515
สำหรับการใส่ความทาง internet ก็เช่น การfwd mail หรือ การส่งต่อ ข้อความในกล่องส่วนตัว ฯลฯ
และเหตุที่มองว่าการ forward mail ไปให้ผู้อื่นเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะว่า
การส่งต่อข้อความนั้นเท่ากับเป็นการใส่ความผู้เสียหายต่อไปอีกค รั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการขยายความเสียหายออกไปอีก
และถ้า forward ต่อไปให้ผู้อื่นอีกหลายคน(โดยไม่คำนึงว่าจำนวนบุคคลผู้รับข้อคว ามจะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด) จะถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาที่ต้องรับโทษหนักขึ้น ตามป.อาญา ม.328
เพราฉะนั้น หากพิจารณากาการะทำว่าเป็นการโฆษณาโดยส่งต่อไปยังบุคคลอื่น แม้จะส่งต่อไปยังบุคคลอื่น
เพียง3คน ก็อาจจะมีความผิดตาม ม.328 ซึ่งเป็นบทหนักของ ม.326 ได้
ส่วน เจตนา ของการ fwd mail หรือ นำเรื่องของคนอื่นไปเผยแพร่ต่อยังบุคคลที่สามนั้น
การที่บุคคลหนึ่งได้ "รับทราบข้อความ" แล้ว "เผยแพร่ข้อความ" ที่ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย
ไปยังบุคคลที่สาม ก็ถือว่าความผิดสำเร็จ ไม่สามารถอ้างว่าส่งต่อโดยไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทได้
เพราะว่า การที่เรา “รับทราบ” ข้อความอันอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลอื่น
แล้วเรายังคง “ส่งต่อ”ไปอีก ก็เท่ากับเรามีเจตนาในการให้บุคคลที่สามรับรู้ข้อความดังกล่าวน ี้ด้วย
การอ้างว่า ทำไปด้วยเจตนาดีไม่สามารถอ้างได้ เพราะว่ากฎหมายอาญามุ่งพิจารณาแต่เพียงว่าถ้ามีการกล่าวถึงบุคค ลอื่น ในด้านที่ไม่ดีแล้ว
ย่อมจะทำให้สังคมไม่สงบสุข การกระทำดังกล่าวกฎหมายจึงถือว่ามีความผิด
ส่วนผู้อื่น ก็คือผู้ที่ถูกใส่ความ
ซึ่ง “ผู้อื่น” นั้น ไม่จำเป็นจะต้องถูกเอ่ยชื่อ นามสกุล เพียงแค่เจาะจงตัวได้ว่ากล่าวถึงใครก็มีความผิดแล้ว
เพราะฉะนั้น แม้ว่า ไม่ได้เอ่ยชื่อ หรือ เอ่ยแค่ชื่อย่อ หรือ ไม่ได้เอ่ยชื่ออะไรเลย
แต่...ถ้าสามารถอ่านโดยตลอดแล้วผู้อ่านเข้าใจได้ว่าหมายถึงใค ร
ก็เป็นความผิดหมิ่นประมาทผู้อื่นได้ เทียบเคียง ฎ.1068/2537ต้องขอขอบคุณเครดิตและแหล่งข้อมูล จาก คุณ Sweet_jasmine แห่ง เวบ สยามแบรนด์เนม









Email Blog Entry
